Make your own free website on Tripod.com

    CROSSOVER   

เฮย์Xคา(บ้า)กับแฮร์รี่ ภาคพิสดาร ^ ^

Author: Sk.UBoy (เฉพาะกิจ)


Chapter 5

“อูย...อะไรของยัยนั่นน่ะ...เจ็บชะมัดเลย ตบมาได้” เฮย์จิลูบรอยแดงช้ำรูปผ่ามือ
“ก็สมควรโดนแล้วไม่ใช่เหรอ?” ไฮบาระพูดขณะที่เดินเอาพลาสเตอร์ปิดแก้ปวดมาให้
“ช่าย.....” ทุกคนที่เหลือประสานเสียง
“อะไรกัน...ฉันไปทำอะไรให้รึไง?” เฮย์จิถามงงๆ

เพี๊ยะ!!!

มือเหวี่ยงกระทบกับใบหน้าคล้ำอย่างรุนแรง

“ว่าไง? โดนตบอีกข้างแล้วนึกออกรึยัง?” ไฮบาระสะบัดมือเล็กน้อย “ฉันจะไปตามยัยนั่นเอง”
“แล้ว...นึกออกรึยัง?” เสียงแหลมใสเจ้าของผมยาวเป็นลอนถาม “สมควรแล้ว....ฉันก็ไม่ชอบคนผิดคำพูดเหมือนกัน” เฮย์จิงงหนักว่าเดิม...นี่มันอะไรกันฟระ? เราทำอะไรร้ายแรงขนาดนั้นเชียวเหรอ?....

แล้วคราวนี้...มาดูอาการอีกฝ่ายบ้างดีก่า..

“ฮึก.....แย่ที่สุด....ฮึก..”
“ร้องไห้ในที่เขาไม่เห็นเขาก็จำไม่ได้หรอกนะ”
“เธอ...ตามมาทำไมนะ?” คาซึฮะปาดน้ำตาสองข้างแก้ม
“...คิดว่าคงจะไม่มีผ้าเช็ดหน้าใช้นะ เลยเอามาให้” ว่าแล้วก็ยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดให้ “เลิกร้องไห้ดีกว่าน่า มันไม่ได้ช่วยอะไรนักหรอก...ถ้าเป็นเธอปกติคงร่ายเวทย์ใส่เขาไปซัก3-4ทีแล้ว”
“ก็คงใช่....ฉันแค่น้อยใจ....เสียใจ...ตกใจ...ที่หมอนั่นจำฉันไม่ได้ แต่ก็ดีใจที่เจ้าบ้านั่นกลับมา....ถึงแม้ว่า...จะไม่ได้มารับฉันก็ตาม...”
“ใครว่า....เขาคงไม่กลับมาถ้าคิดเรื่องของเธอไม่ออกจริงๆ...เขากลับมารับเธอนะ....” ไฮบาระชะงัก “...ที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ฉันจะเขาไปยุ่ง...ฉันมาแค่นี้แหละ...เธอก็กลับได้แล้วล่ะ”
“อืม...ขอบใจนะ” คาซึฮะยิ้มน้อยๆก่อนที่จะเดินกลับบ้านกริฟฟินดอร์

**

“แฮร์รี่...”
“หืม? ว่าไงเฮอร์ไมโอนี่” แฮร์รี่หันมาตอบรับเสียงเรียกของเพื่อนสนิท
“....ฉันขอถามอะไรหน่อยได้มั้ย?...”
“ว่ามาสิ” แฮร์รี่ยิ้ม
“....คือ...นายรู้จักกับไฮบาระมาก่อนเหรอ?” เฮอร์ไมโอนี่ตะกุกตะกัก “..เอ่อ....จะไม่ตอบก็ได้นะ...ฉันแค่อยากรู้เฉยๆ”
“ถ้าเรื่องมันยาวจะฟังมั้ย?” เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้า แฮร์รี่ยิ้มตอบแล้วเหม่อมองออกนอกระเบียงรับลมเย็น “ฉันรู้จักกับเขาโดยบังเอิญตอนที่ฉันแอบไปที่ห้องเก็บกระจกแห่งแอริแซดน่ะ ฉันเห็นเขานั่งร้องไห้อยู่หน้ากระจก......”

Flash Back<<

ยามวิกาลเด็กนักเรียนถูกสั่งห้ามไม่ให้ออกมาเดินนอกบ้านของตน....แต่มีนักเรียนคนหนึ่งแอบออกมา....ภายใต้ผ้าคลุมล่องหน....

แฮร์รี่หอบหายใจถี่กระชั้นกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามทางเดินจนหยุดอยู่หน้าห้องเรียนร้างห้องหนึ่ง... เด็กชายเปิดประตูไม้ลอดตัวเข้าไปและปิดประตูอย่างแผ่วเบาที่สุดและสะดุ้งเฮือกกับเสียงร้องไห้แผ่วๆ

“น....นั่นใครน่ะ...” เสียงถามราวกับเสียงกระซิบ
“.......” ไม่มีเสียงตอบ...เสียงร้องไห้เงียบไป

แฮร์รี่เดินเข้ามาเรื่อยจนเห็นร่างเล็กๆร่างหนึ่งนั่งอยู่หน้ากระจกแห่งแอริแซด แฮร์รี่ตัดสินใจถอดผ้าคลุมล่องหนออกและค่อยๆเดินเข้าไปหาร่างนั้น

“ใครน่ะ?” แฮร์รี่กระซิบถาม
“....นายเป็นใคร...” เสียงตอบปนเสียงสะอื้นถามกลับ
“ฉันเป็นเด็กนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์...อย่างห่วงเลย...ฉันจะไม่บอกอาจารย์หรอกว่าเธอมาที่นี่ (แหงล่ะ...ตัวเองก็แอบมานี่)” แฮร์รี่ยืนอยู่ข้างหลังร่างเล็ก “เธออยู่บ้านไหนเหรอ?”
“ที่นี่ยังจะมีที่ให้ฉันอยู่เหรอ?....ฉันไม่สามารถอยู่ที่ไหนได้ทั้งนั้น....” ร่างเล็กลุกขึ้นยืนหันหน้าไปหาแฮร์รี่ แฮร์รี่รู้สึกว่าคนตรงหน้านี่สูงแค่หนาอกของเขาเท่านั้นจึงเสี่ยงร่ายคาถา
“ลูมอส” แสงไฟเล็กๆปรากฏที่ปลายไม้เวทมนต์ แฮร์รี่ตกใจกับคนตรงหน้า เสื้อผ้าของมักเกิ้ล!! “...ธ...เธอมาอยู่นี่ได้ไงน่ะ”
“ฉันไม่รู้...ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์อะไร...ฉันอธิบายได้แค่ว่า...หลงมา...ออกมาจากกระจกบานนี้”
“ตัวคนเดียว?”
“...ก็อาจจะใช่...”
“เปล่า...เขามากับฉัน...” อีกเสียงหนึ่งแย้งขึ้นมา (แฮร์รี่แอบตกใจเล็กๆนึกว่าอาจารย์ ^^;;)
“....คุณ...มากับเด็กคนนี้?” แฮร์รี่ทวนคำ
“เขาไม่ใช่เด็กสักหน่อย...โตกว่านายด้วยซ้ำ...” เสียงทุ้มเอ่ย แฮร์รี่เบนไม้เวทมนต์ไปทางผู้มาใหม่ แสงจากเวทมนต์เผยให้เห็นร่างสูง ใบหน้าคม หล่อ....เท่ห์...(เอิ๊ก....) “นายเป็นคนของที่นี่เหรอ?”
“ผมเป็นนักเรียนของที่นี่...”
“และหนีออกมาที่ห้องนี้ตอนกลางคืนโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วยผ้าคลุมล่องหนที่กองอยู่ตรงนั้น?” ชายหนุ่มพูดต่อประโยคได้ตรงเผงจนอีกฝ่ายงงเป็นแฮร์รี่ตาแตก
“คุณเห็น?” แฮร์รี่อึ้ง
“เปล่า...แค่สันนิษฐานเอา...นายพอจะรู้ทางที่จะออกไปจากที่นี่ได้มั้ย?” ร่างสูงยิ้มใจดี(แบบการค้า)
“ได้แค่ตอนปิดเทอมที่พวกผมจะขึ้นรถไฟกลับไปโลกของมักเกิ้ลน่ะฮะ” ร่างสูงยิ้มแห้งๆแบบผิดหวัง
“มักเกิ้ล?...เป็นการเรียกคนธรรมดาอย่างพวกฉันเหรอ?...เลิกทำหน้าแปลกใจเหอะ...ฉันเดาดูน่ะ” ร่างสูงว่าพลางเดินดูรอบๆกระจกแอริแซด “นายชื่ออะไร?”
“แฮร์รี่ พอตเตอร์”
“ฉันคุโด้ ชินอิจิ...ส่วนอีกคนมิยาโนะ ชิโฮ...ไม่สิ...ไฮบาระ ไอ มากกว่า” ร่างสูงเดินไปรอบๆห้อง “อืม...กระจกบานนี้จะให้เราเห็นสิ่งที่เราอยากเห็นมากที่สุดเหรอ?” แฮร์รี่เบิกตากว้าง “คือ...ไฮบาระเห็นพี่สาวที่ตายไปแล้วในกระจกบ้านนี้น่ะ”
“ก็แบบนั้นแหละฮะ...คุณเป็นนักสืบเหรอ?”
“อืม...” ปัญหาทุกอย่างกระจ่างแด่แฮร์รี่แล้ว... - -;;

“แฮร์รี่..นายรู้รึเปล่าว่าห้องข้างๆที่ติดกันเนี่ยมีอะไรในนั้นเหรอ?”
“ห้องที่ติดกัน?” แฮร์รี่ทำหน้างงอย่างรุนแรง และเปลี่ยนมาเป็นอึ้ง ทึ่ง+ตกใจแทน เมื่อเห็นว่ามีประตูอยู่หลังกระจกแอริแซด
“มันล็อคน่ะ” ชินอิจิบ่นเบาๆ “นายพอจะทำอะไรมันได้มั่งมั้ย?” แฮร์รี่พยักหน้าหงึกๆ
“อาโรฮาโมร่า!
” เสียงปลดล็อคดังขึ้นเบาๆ ประตูค่อยๆเปิดออก
ชินอิจิยิ้ม “ไปกันเถอะไฮบาระ”

ห้องอีกห้องเหมือนกันกับห้องเก็บกระจกแอริแซดไม่มีผิด ราวกันว่าเป็นห้องแฝดเลยทีเดียวเพียงแต่ว่ากลับด้านซ้าย-ขวากันเท่านั้น เหมือนแม้กระทั่ง...กระจกแห่งแอริแซด...

“โอ้โห....มาเจอที่นี่ได้ไงกันน่ะ...” แฮร์รี่พูดทึ่งๆ
“บังเอิญน่ะ....ฉันมันพวกช่างสังเกตก็เลยเจอ” ชินอิจิพูดพลางสำรวจกระจกแอริแซดในห้องที่เพิ่งเข้ามา “นี่....ร่ายคาถานั่นอีกทีสิ...ที่กระจกนี่...”
“อ...อืม....” แฮร์รี่ชึ้ไม้เวทมนต์ไปที่กระจก “อาโรฮาโมร่า!!!” กระจกไหวกระเพื่อมเป็นวงน้ำก่อนที่จะเรียบเหมือนเดิม ไฮบาระลองใช้นิ้วสัมผัสกระจก นิ้วของไฮบาระก็ค่อยๆหายเข้าไปในกระจกเงา

“น...นี่มัน...” ไฮบาระหันไปหาชินอิจิ “ฉันว่าเราต้องเสี่ยง....นายรออยู่นี่....แล้วฉันจะกลับมา..”
“ไม่! ไฮบาระ มันอันตรายเกินไป...ฉันไม่เห็นด้วยเลย!” ชินอิจิดึงแขนไฮบาระไว้ “ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันจะไปก่อนเอง!”
ไฮบาระส่ายหน้า “นายยังมีคนรอให้กลับไป....ส่วนฉัน....ไม่มีใคร...ให้ฉันไปดีกว่า...”
“ฉันไง....” สายตาคมมองลึกลงไปในแววตาว่างเปล่า “ฉันรอ.....ถ้าไม่มีใครรอเธอ...ฉันจะรอเอง! อย่าพูดแบบนั้นอีกเลยนะ ทั้งดร. ทั้งฉัน...เป็นห่วงเธอนะ....”
“งั้น...ให้ผมไปให้มั้ย?” แฮร์รี่เสนอ (หลังจากที่ฟังไอ้สองตัวนี้เกี่ยงกันมานาน)
“ไม่ได้เด็ดขาด!
” ชินอิจิขึ้นเสียง “ฉันไม่ยอมให้นายเดือดร้อนเป็นอันขาด....ไม่มีทาง ฉันจะไปเอง ไม่ต้องเถียงอะไรทั้งนั้น”
“....ก็ได้...ถ้าพี่ตัดสินใจอย่างนั้น....ผมจะดูแลเพื่อนของพี่ให้แล้วกัน” แฮร์รี่ถอนหายใจ
“....ผมจะเป็นเพื่อนเขาให้...ถ้าพี่หาทางกลับมาไม่ได้...หรือพี่ลืม...หรือว่าพี่จะเป็นอะไร...ผมสัญญา”
“ขอบใจ...” ชินอิจิลูบหัวแฮร์รี่เบาๆ “ฝากด้วยนะไอ้น้อง”
“ยังไงก็แล้วแต่...นายจะกลับมาที่นี่ไม่ได้ก็ช่าง...แต่....อย่าเป็นอะไรไปนะ” ไฮบาระก้มหน้านิ่ง “ไปโดยสวัสดิภาพนะ...”
“อืม....ไม่ต้องห่วง...ให้ตายฉันก็ไม่ลืมเธอ...ไม่ลืมแน่ๆ...” ชินอิจิยิ้มให้พลางเดินเข้าไปในกระจก “รออยู่นี่นะ...เดี๋ยวฉันจะมารับเธอ” ก่อนที่จะหายเข้าไปในกระจกอย่างเงียบๆ
“ฉันจะรออยู่นี่....” ไฮบาระหันไปพูดกับแฮร์รี่
“..ต..แต่...ถ้าพี่ชินอิจิไปโผล่ที่อื่นล่ะ?”
“ฉันจะรออยู่นี่....เพราะเขาบอกให้รออยู่ตรงนี้....ยังไงซะเขาต้องมาที่นี่แน่ๆ.....ถ้าเขาไม่ลืมฉันไปซะก่อนล่ะก็นะ..”


2 วันต่อมา

“นั่งอยู่ที่นี่ตั้งนาน ไม่เหงาเหรอ” แฮร์รี่ถอดผ้าคลุมล่องหนออก “ขอโทษนะที่มาได้แค่ตอนกลางคืน”
“ไม่...ฉันไม่เป็นไร” ไฮบาระตอบเรียบๆสายตาเหม่อมองเข้าไปในกระจก
“พี่เขาต้องมาแน่ๆ...เขาคงไม่ผิดคำพูดหรอก”
“.......” ไฮบาระหรุบตาลงต่ำ “ถ้าเขาไม่มา....ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก....”
“....2 วัน....เขายังไม่กลับมา.....ถ้าเขาไม่กลับมา....เธอจะรออยู่อย่างนี้เหรอ?”
“ฉันก็จะมาที่นี่ทุกวัน....จะรอ.....แม้ว่าจะไม่มีหวังก็ตาม....” ไฮบาระพูดเศร้าๆ


ถัดมาอีก 4 วัน

“...เดี๋ยวพี่ชินอิจิก็มาแล้ว...”
“....นายไม่ต้องมาที่นี่แล้วก็ได้นะ....ฉันอยู่คนเดียวได้...” ไฮบาระพูดเหม่อๆ “เขาคงไม่มาแล้ว...”
“เฮ้! พูดแบบนี้ไม่เชื่อใจกันเลยนี่นา” เสียงพูดสลับหอบดังมาจากประตูหลังกระจก “ว่าไง....”
“พี่ชินอิจิ!
” แฮร์รี่ร้องขณะที่ไฮบาระตาค้าง
“แหะๆ โทษที...กว่าจะหาทางกลับมาได้ แถมมาได้แล้วยังไปโผล่ในป่าอีก...โฮ้ย~เหนื่อยเป็นบ้าเลย” ชินอิจิทิ้งตัวลงนั่งข้างๆไฮบาระ “ว่าไง...สบายดีเหรอ?”
“อืม” ไฮบาระก้มหน้า
“บอกแล้วไงว่าจะมารับน่ะ....ยังไงก็ขอบใจนะที่ยังรออยู่ที่นี่น่ะ...” ชินอิจิไล้ผมสีน้ำตาลแดงเบาๆ “แหะๆ ขอสารภาพนะ ตอนไปถึงนะมันโผล่ใต้โต๊ะในบ้านฉันน่ะ แล้วฉันก็นึกอะไรไม่ออกเลย งงไปพักใหญ่เลยล่ะ กว่าจะนึกออกก็ปาเข้าไป 2 วันแล้วง่ะ กว่าจะหาทางกลับได้อีก...ฉันเข้าไปนั่งใต้โต๊ะอีกรอบ...แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย...แต่พอเปิดประตูห้องก็มาอยู่ในป่าเลยน่ะ..55”
“.....” ไฮบาระหันไปมองชินอิจิ “ก็ดีแล้ว....ที่นายไม่เป็นไร...”
“ฮ..เฮ้....อย่าร้องน่า...ไฮบาระ....” ชินอิจิเลิ่กลั่ก
“ดีนะที่กลับมาอย่างปลอดภัย...ในป่านั่นอันตรายมากเลยนะครับ...” แฮร์รี่หัวเราะ “แล้ว....พี่จะกลับเลยเหรอฮะ?”
“อื้อ...ขอบใจนายมานะ ที่คอยดูยัยนี่ให้น่ะ” แฮร์รี่ยิ้มตอบ
“อาโรฮาโมร่า!!
” แฮร์รี่ร่ายคาถากระจกอีกครั้ง
“กลับกันเถอะ...” ชินอิจิจับมือไฮบาระ “อย่าปล่อยจากมือฉันนะ...จะได้ไปด้วยกันตลอด” ไฮบาระพยักหน้าแดงๆก่อนที่จะก้าวเข้าไปในกระจก “ลาล่ะแฮร์รี่ ดีใจที่ได้รู้จักนายนะ”
“...อืม..ผมก็เหมือนกันฮะ...” แฮร์รี่ยิ้มประทับใจ “พี่เป็นคนที่สุดยอดจริงๆ”
“...แฮร์รี่....คนที่สุดยอดในโลกนี้ไม่มีหรอก...” ชินอิจิยิ้มเศร้าๆ “ฉันมันก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น...” แฮร์รี่มองส่งจนทั้งสองหายไปพร้อมกลับเสียงลางๆ “...คนๆนึง...”

หลังจากนั้นแฮร์รี่ก็ถูกศ.ดัมเบิลดอร์จับได้ ห้องหลังกระจกแอริแซดจึงถูกปิดตายไม่มีแม้แต่ประตูให้เห็น และอีกอาทิตย์ถัดมา ไฮบาระก็มาที่นี่อีกและได้พบกับศ.ดัมเบิลดอร์ และก็ได้รับอนุญาตให้ไปกลับได้โดยเดินทะลุกำแพงหลังหลังกระจก

>>>>

หลังจากแฮร์รี่เล่าจบเฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้พูดอีกจนกระทั่งถึงเวลาอาหารเย็นเฮอร์ไมโอนี่ก็พูดเปรยๆว่า “อยากเจอพี่ชินอิจิสักครั้งจังเลยนะ....”

**

ห้องนั่งเล่น บ้านกริฟฟินดอร์

ชายผิวคล้ำนั่งลงบนโซฟาอ่อนยวบ เหม่อมองเปลวเพลิงคุกรุ่นในเตาผิงร้อน พลางคิดทบทวนเรื่องราวต่างๆจนกระทั่งผล็อยหลับไป

เด็กสาวกลับมาจากห้องอาหารพร้อมกับถาดเงินวาวที่เต็มไปด้วยภาชนะที่บรรจุของอร่อยไว้เพียบ เห็นเฮย์จินั่งหลับอยู่ เด็กสาวถอนหายใจยาว วางถาดเงินลงบนโต๊ะและจัดการหาผ้ามาห่มร่างนิทราบนโซฟา

“ว่าแล้วเชียวว่าต้องอยู่นี่....ข้าวก็ไม่ไปกิน เดือดร้อนฉันที่ต้องเอาอาหารมาให้นายนะ..ตาบ้า...” นิ้วเรียวจิ้มหน้าผากของผู้หลับใหลอย่างเอ็นดู “น่าน้อยใจชะมัด...คนเขาเป็นห่วงขนาดนี้ยังลืมได้ลงคอนะ ตาบ๊อง....ฮึก...บ้าจริง...น้ำตาไหลอีกแล้ว...ฮึ..ว่าจะไม่ร้องแล้วเชียวนะ..ที่จริงน่ะ ฉันดีใจที่นายกลับมานะตาบื้อ...อย่างน้อยนายก็ยังจำชื่อฉันได้...นายยังกลับมาหาฉัน...ฮึก...น้ำตาบ้านี่...” มือเรียวเช็ดน้ำตาเปื้อนแก้ม “...แล้วทำไมฉันต้องมาบ่นกับนายที่กำลังหลับอยู่ด้วยนะ...บ้าจริง...แต่ถ้าฉันบ้าก็บ้าเพราะนายอ่ะแหละ ตาเซ่อเอ๊ย...ฮึก..”
“ด่าเป็นอย่างเดียวรึไงห๊ะ! คุณหญิง!
” ร่างบนโซฟาบ่น
“อ๊ะ!
” มือเรียวปาดน้ำตารวดเร็ว “ตื่นแล้วเหรอ?”
“ตื่นต้องแต่เธอเอาผ้ามาห่มให้แล้วล่ะ...ร้อนจะตาย...” ว่าแล้วก็สะบัดผ้าออก “แถมยังต้องฟังเธอบ่นอีก...น่าเบื่อชะมัด”
“...ถ้านายรีบลืมตาฉันก็ไม่บ่นให้นายฟังหรอก...ใช่สิ...ฉันมันน่าเบื่อ...น่ารำคาญ...ขอโทษนะที่ทำให้นายเบื่อ...ถ้ารำคาญมากนักก็กลับไปเลยก็ได้นะ ทิ้งฉันไว้นี่แหละ...” คาซึฮะน้ำตานองหน้าอีกครั้งทำเอาอีกฝ่ายอึ้ง “กินข้าวด้วยล่ะ!
” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเชิดออกไป ปล่อยให้อีกคนงงเอ๋อโลกอยู่อย่างนั้น
“....แล้วเมื่อไหร่จะดีกันได้ล่ะเนี่ย...” เสียงเล็กบ่น “ผมว่าพี่คาซึฮะน้อยใจสุดๆไปเลยแน่ๆ...พี่เขาเป็นห่วงพี่นะครับไม่น่าพูดอย่างนั้นกับเขาเลยนะ”
“ฉันต้องตามไปง้อสิเนี่ย...” เฮย์จิลุกขึ้นหยิบไก้ชิ้นโตยัดใส่ปาก “แฮร์รี่ห้ามแอบกินล่ะ...เด๋วฉันกลับมา...”
“คร้าบๆ~~
” แฮร์รี่ทำหน้าเนือยๆ

“คาซึฮะ!” เฮย์จิวิ่งตามไปฉุดแขนร่างบางได้ “โฮ้ย~~เธอนี่ทำไมต้องหนีด้วยนะ..ฉันแค่พูดเล่นเอง...”
“....” คาซึฮะกัดริมฝีปากตัวเองแน่นพลางบิดแขนตัวเองจากเฮย์จิ “ไปให้พ้น...”
“ว่าไงนะ! อะไรๆ เมื่อกี๊ยังพูดอยู่ว่าดีใจที่ฉันกลับมาไม่ใช่เรอะ” เฮย์จิทำหน้าทะเล้น “แถมยังบอกว่าเป็นห่วงฉันอีกตะหาก...ถ้าเป็นห่วงฉันจริงก็อยู่ข้างๆฉันสิ”
“ก็นายบอกว่าฉันน่าเบื่อนี่นา” คาซึฮะหลบสายตาคม “...ฉันมันน่าเบื่อ....” เจ้าของเสียงกดเสียงไม่ให้สั่นกัดปากตัวเองช้ำไม่ให้น้ำตาไหล
“บ้าเหรอยัยเบ๊อะ! ที่ฉันเบื่อน่ะไม่ใช่เธอ...ฉันแค่เบื่อที่เธอบอกว่าเป็นห่วงฉันนั่นแหละ พูดเป็นร้อยรอบได้แล้วมั้ง บอกแล้วไงว่าถ้าเป็นห่วงจริงๆก็อยู่ข้างๆฉันก็พอ” เฮย์จิเชิงคางมนขึ้นมาสบตาถึงรู้ว่าเด็กสาวน้ำตานองหน้าแย้ว.. “โฮ้ย~~ยัยบ่อน้ำตาตื้น...โอ๋ๆๆ...อย่าร้องน๊า~~โอ๋ๆ~
” อ้อมแขนแกร่งโอบกอดร่างบาง มือหนาลูบผมดำขลับ “น่าๆ...หายงอนน๊า~~~”
“
บ้า....” คาซึฮะผลักอกหนาให้คลายอ้อมกอด “....ฉันอยู่ข้างๆนายได้ใช่มั้ย?...”
“...เมื่อก่อนก็อยู่อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?” เฮย์จิยิ้ม “งั้น..ก็อยู่ต่อไปละกัน” เฮย์จิเหลือบมองหน้าคาซึฮะที่กำลังหน้าแดงฉ่า ตากลมโตเหลือบมองกลับสบตากัน เฮย์จิสะดุ้งหลบสายตาหน้าแดงไปตามระเบียบ และด้วยความขวยเขินขนาดหนัก เฮย์จิจึงลากคาซึฮะกลับบ้านกริฟฟินดอร์

“แอ่อออออออออออออออออ~~~~” เสียงแซวที่คุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่เข้าไปในห้องนั่งเล่น “จูงมือกันกลับมาเชียวน๊า~~~” ไม่ทันขาดคำ ทั้งคู่ก็ผละออกจากกันอย่างอัตโนมัติ
“อา...คืนดีกันแล้วสินะ” รอนพูดลอยๆ “อา....คาซึฮะ..อยู่ข้างๆฉันเถอะนะ...” พลางหันไปจับมือเฮอร์ไมโอนี่อย่างล้อเลียน
“เจ้าบ้า! แอบดูเรอะ!
”
“ง่า....พี่เฮย์จิพูดงี้จริงๆเหยอ...ง่ะ...โต๊ดค้าบ...ผมแค่เดาเล่นง่ะ” เวง...ดันเดาถูกอีก
“แล้วพี่เฮย์จิจำทุกอย่างได้แล้วเหรอ?” เฮอร์ไมโอนี่ปัดมือรอนออกเมื่อรู้สึกว่ารอนจับมือนานไปแล้ว
“อืม...นึกออกตอนที่ยัยนี่มาบ่นข้างๆหูอ่ะแหละ” เฮย์จิสะดุ้งสุดตัวเมื่อโดนมือขาวหยิกเอวเข้า
“....แล้วพี่จะกลับเลยรึเปล่า?” บรรยากาศสงัดขึ้นมาทันทีที่แฮร์รี่ถามคำถามนี้ “เอ่อ....ผมไม่ได้คิดจะไล่หรอกนะ..แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้พี่ไป...”
“แฮร์รี่....” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงอ่อย “เป็นไปไม่ได้หรอกน่า...ที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขานี่นา....มีคนรอพวกเขากลับไปนะ”
“ใช่...” แฮร์รี่ลดเสียงลงอีก “...เหมือนพี่ชินอิจิกับไฮบาระสินะ”
“เห?...นายรู้จักคุโด้ด้วยเหรอ” ขนาดพูดเบาๆก็ไม่พ้นพวกหูนรกจนได้..
“พี่เฮย์จิก็รู้จักเหรอครับ?” แฮร์รี่เบิกตากว้าง “พี่เป็นเพื่อนพี่ชินอิจิเหรอ?”
“จริงเหรอ?” เฮอร์ไมโอนี่ร้อง “พี่เฮย์จิรู้จักจริงๆเหรอ” แววตาเป็นประกาย
“อ...อืม...เขาเป็นเพื่อนฉันเอง” (แน่ใจเรอะว่า ‘เพื่อน’ น่ะ...เหอๆ) “แล้วนายรู้จักเขาได้ไง”
“พวกนาย...” เสียงงอนๆท้วงขึ้น “ปล่อยฉันไว้คนเดียวอีกแล้ว”
“โธ่! รอน....ฉันก็กำลังเล่าให้นายฟังอยู่นี่ไง” แฮร์รี่ปลอบ “คือว่า....”

“อืม...เจ้าคุโด้ร้ายแฮะ...” เฮย์จิทำท่าคิดหนัก “หมอนั่นจะจับปลาสองมือเรอะ...กะเอาทั้งฉัน..เอ๊ย! ทั้งรันทั้งไฮบาระเลยเรอะ” (ฮู่ว...เกือบไปๆ)

โป๊ก!!!

“จะบ้าเหรอ! คุโด้คุงเค้าไม่ทรยศรันจังหรอก” คาซึฮะว่า ท่ามกลางความเงียบของทุกคนอีกครั้ง
“เห? รัน? ใครเหรอ?” แฮร์รี่ รอน เฮอร์ไมโอนี่ ถามเป็นเสียงเดียวกัน
“จะว่าไป...เธอรู้จักรันด้วยเรอะเนี่ย” เฮย์จิพูดอึ้งๆ (พักนี้อึ้งบ่อยจังวุ้ย!)
“อ...อืม...ก็ตอนขึ้นรถไฟก็จะไปหารันอ่ะแหละ” คาซึฮะพูด “ฉันอยากเห็นหน้าคุโด้คุงน่ะ ว่าแฟนรันจังจะหล่อแค่ไหน ว่าแต่นายล่ะ?”
“อ้อ...ก็เห็นคุโด้ออกไปกะเจ้คนนี้บ่อยอ่ะ แล้วคุโด้ก็เคยเล่าให้ฟังด้วย”
“สรุปคือ...พี่ชินอิจิเป็นแฟนกับพี่รันเหรอ?” เฮอร์ไมโอนี่แทรก “ฉันนึกว่าพี่ชินอิจิกับไฮบาระ...”
“อ...คงงั้นมั้ง” เฮย์จิตอบ “แต่ฟังจากที่แฮร์รี่เล่าฉันว่าชักมีอะไรแหม่งๆแล้วแฮะ..”
“นายนี่! จะให้เขาทะเลาะกันรึไงห๊ะ!” คาซึฮะว่า “รันยิ่งหวั่นไหวง่ายอยู่ด้วยนะ”
“โอ๊ย~ฉันพูดเล่นตะหากเล่า เธอก็...”
“แต่ฉันว่าเธอคนนั้นคงไม่หวั่นไหวกับฉันหรอก...” เจ้าของเรือนผมน้ำตาลแดงเอ่ย “เขาไม่หวั่นใจกับฉันในร่างนี้หรอกน่า..”
“ร่างนี้?” ทุกคนยกเว้นเฮย์จิทวนคำอย่างงงๆ
“หึ....อย่าเอาเรื่องของฉันไปรวมให้ปวดหัวเลยน่า...โดยเฉพาะเด็กๆ”
“ใครเด็กกัน?” เฮอร์ไมโอนี่แย้ง “เธอเด็กกว่าเราไม่ใช่เหรอไง?”
“พอน่าเฮอร์ไมโอนี่” เฮย์จิปราม “เอาน่า...มีหลายเรื่องที่อายุอย่างพวกเธอไม่ควรรู้นะ”
“เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้นะ แต่เชื่อพี่เฮย์จิเหอะนะเฮอร์ไมโอนี่” แฮร์รี่ร่วมด้วยอีกคน
“ใช่...ฉันไม่สำคัญพอที่เธอจะเก็บไปคิดมากหรอกนะ” ไฮบาระยิ้มเย็น
“ไม่ใช่นะไฮบาระ!
” แฮร์รี่แย้งบ้าง “เธอไม่ใช่คนไม่มีค่านะ!”
“
หึ...แฮร์รี่....นายทำให้ฉันนึกถึงเด็กแว่นเหมือนนายคนนึง...พูดกับฉันทำนองนี้บ่อยๆทั้งอวดดี...อยากรู้อยากเห็น...แล้ว....”
“บ้านักสืบ..ชอบเล่นฟุตบอล...เป็นห่วงคนอื่นไม่เข้าเรื่อง...ชอบเก็บอะไรไว้คนเดียว....ใช่มั้ย?” เฮย์จิพูดต่อ (ชินอิจิ: ฮัดชิ้ว~~)
“หึ....คงใช่...แต่ฉันก็ได้แค่นึกถึงล่ะนะ...ตอนนี้เขาไปไกลจากฉันซะแล้ว...กลายเป็นอีกคน...”
“นั่นก็เพราะเธอเองไม่ใช่เหรอ?” เฮย์จิพลอยทำหน้าเศร้าไปด้วย “เธอให้เขาไปเอง...แล้วเธอต้องอยู่ในร่างนี้เพื่อไม่ให้เจ้แกหวั่นใจเองนี่....ตัวเองทำเองเจ็บเองแท้ๆ...แต่ฉันก็พูดอะไรมากไม่ได้หรอกนะ...ไม่ใช่เรื่องของฉันซะด้วย..”
“เหมือนว่าโลกนี้มีกันสองคนเลยนะ” คาซึฮะพูดขัด
“ไม่ใช่สักหน่อย...” เฮย์จิหันไปง้อเมื่อเห็นแววว่าต้องโดนอีกฝ่ายงอนแน่
“นายจะกลับรึยัง?” คำถามนี้กลับมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“...ก็....” เฮย์จิคิดหนัก “คิดว่านะ...ในเมื่อทุกอย่างก็เรียบร้อยแล้วนี่”
“งั้นก็เตรียมล่ำลากันให้ดีล่ะ แล้วพรุ่งนี้ตอนค่ำๆฉันจะมารับ...กลับพร้อมฉันคงไม่มีปัญหาหรอกนะ” ประโยคสุดท้ายดูเหมือนจะถามคาซึฮะซะมากกว่า

**

“พี่เฮย์จิ....คือ...”
“อื๋อ?...ว่าไงแฮร์รี่?”เฮย์จิถามพลางห่มผ้านอน
“ที่ไฮบาระพูดเมื่อเย็น...ใครเหรอครับ?” แฮร์รี่ถามกล้าๆกลัวๆ “ตอนแรกผมนึกว่าไฮบาระพูดถึงพี่ชินอิจิซะอีก...” ประโยคหลังทำเอาเฮย์จิสะอึกเลยเหมือนกัน
“ก็ไม่เชิงว่าจะเป็นคุโด้หรอกนะ...ง่า...จะพูดไงดีอ่ะ...” เฮย์จิอึกอัก
“เอ่อ...ไม่ต้องตอบก็ได้นะฮะ...คือ...ผมแค่อยากรู้เฉยๆ”
“เอางี้ละกัน...ที่ไฮบาระพูดว่าเด็กแว่น...เอ่อ...เขาหมายถึงโคนันน่ะ...ก็อย่างว่าเป็นเด็กอวดดีคนนึงเท่านั้นเอง”
“โคนันที่ว่านี่นิสัยเหมือนพี่ชินอิจิเลยนะฮะ”
“อ...ง่า....ทำนองนั้นมั้ง...” เฮย์จิก็พูดไม่ถูกเหมือนกัน “เอาน่าอย่าคิดมากเซ่...นายน่ะ...เอาเป็นว่ามันน่าปวดหัวเปล่าๆเกินกว่าที่เด็กอายุ11อย่างนายจะเอาไปคิดเล่นก็แล้วกัน ปริศนาบางอย่าง...ปล่อยให้เป็นปริศนาจะดีกว่านะ” แฮร์รี่พยักหน้ารับก่อนที่จะล้มตัวลงบนเตียงนุ่ม

**

เมื่อพระอาทิตย์สาดแสงลอดเข้าหน้าต่างแยงตาชายหนุ่มผิวคล้ำ ชายหนุ่มลุกขึ้นอย่างงัวเงีย หันหน้าไปมองเตียงข้างๆและเห็นว่าแฮร์รี่ยังคงหลับอยู่ใต้ผ้านวมอุ่น เฮย์จิลุกขึ้นไปปิดม่านอย่างเงียบๆ นั่งคิดอะไรหลายๆอย่าง ที่จริงเขายังไม่อยากจะกลับไปเลย...เขาอยากอยู่ที่นี่ เพียงแต่ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่ของเขา เขาไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอยู่ที่นี่แล้วอีกด้านก็ยังมีพ่อ แม่ ของเขาอีก..นี่เขามีเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงที่จะอยู่ที่นี่...

“คิดมากเหรอฮะ?” เสียงดังขึ้นจากเตียงข้างๆ “ผมก็ไม่อยากให้พี่กลับไป....” เฮย์จิยิ้มเศร้าๆ
“ไม่มีทางเลือกนี่นา...เดี๋ยวอีกหน่อยพวกนายก็ลืมฉันกับคาซึฮะได้เองแหละน่า...”
“ไม่ฮะ..ผมจะไม่ลืม....ผมจะคิดถึงพวกพี่ๆนะฮะ...ผมจะไม่ลืมเด็ดขาด” แฮร์รี่ลุกขึ้นนั่งบนเตียงยวบ “พี่ๆก็คิดถึงพวกผมบ้างนะฮะ...”
“แน่นอน....ถ้าตอนกลับ...” เฮย์จิอึกอักเล็กน้อย
“ฮะ....ผมรู้...ไม่เป็นไร...พวกผมคงอยู่ในส่วนใดส่วนหนึ่งของความทรงจำของพี่แน่ๆ” แฮร์รี่ยิ้ม
“ผมรู้ว่าพี่จะไม่ลืมเราหรอก...” อีกเสียงหนึ่งพูด “ตอนพี่กลับไปพี่ยังนึกถึงพี่คาซึฮะได้เลยนี่นา”
“อืม...รอนอาจจะพูดถูกก็ได้...”
“ยังไม่ถึงเวลาจากกันสักหน่อย...แฮร์รี่ พี่เฮย์จิ ไปกินข้าวกันเถอะฮะ” รอนพูดพลางลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนตามด้วยเฮย์จิและแฮร์รี่

 

ณ หอนอนหญิง

“ไม่อยากให้พี่กลับไปเลย” เฮอร์ไมโอนี่พูด
“อืม...พี่ก็ไม่อยากกลับเหมือนกัน” คาซึฮะถอนหายใจ “แต่มันเป็นไปไม่ได้นี่นา...”

ทั้งสองเงียบ ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอีก ทั้งๆเหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะต้องจากกันแล้ว ในหอนอนหญิงเริ่มเงียบลงเรื่อยๆเมื่อนักเรียนส่วนใหญ่ทยอยกันออกไปกินข้าว จนกระทั่งเหลือแค่คาซึฮะกับเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้น คาซึฮะเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ป่านนี้พ่อกับแม่ต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ...เพราะอย่างนี้เธอถึงต้องกลับไปสินะ... เฮอร์ไมโอนี่มองคาซึฮะอย่างเศร้าๆ แม้ว่าจะไม่สนิทกันเท่าไหร่ แต่เวลาต้องจากไปก็เศร้า...ไม่ชอบเลย..

และแล้วความคิดของทั้งคู่ก็ต้องชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงกุกกักมาจากที่ใดที่หนึ่งในหอนอนแห่งนี้

“อ...อะไรน่ะ” คาซึฮะพูดอย่างหวั่นๆ “เฮอร์ไมโอนี่ สัตว์ประหลาดไม่มีทางเข้ามาในนี้ได้ใช่มั้ย?”
“ใช่ค่ะ....เอ่อ...” เฮอร์ไมโอนี่กลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ค...ใครน่ะ..ออกมานะ..”

ไม่มีเสียงตอบรับจากสิ่งที่ท่านเรียก...

“ออกมานะ!” คาซึฮะพูดเสียงแข็งเป็นเชิงขู่ทั้งๆที่จริงก็กลัวจะแย่อยู่แล้ว
“...อ...อูย...” เสียงครวญครางดังขึ้นพร้อมกับเสียงกุกกักอีกครั้ง “ช...ช่วยฉันออกไปหน่อยสิ”
“...นายเป็นตัวอะไรน่ะ...” เฮอร์ไมโอนี่ถามกลัวๆ “คนรึเปล่า?”
“..อ...เออ....ฉันติดอยู่ที่...เอ่อ...คิดว่าคงเป็นใต้เตียงของเธออ่ะแหละ....ช่วยดึงฉันออกไปทีสิ...”
“ก...ก็ได้...เราจะช่วย..” ว่าแล้วทั้งสองก็หยิบไม้เวทมนต์ขึ้นมาก่อนที่จะเลิกผ้าคลุมเตียงของเฮอร์ไมโอนี่ขึ้น ทั้งสองเห็นร่างเล็กอยู่ระหว่างหีบใส่ของใบใหญ่สองใบ
“ยื่นมือมา” คาซึฮะพุดแต่มืออีกข้างยังคงกำไม้เวทมนต์แน่นและเฮอร์ไมโอนี่ยังคงเตรียมร่ายเวทย์ใส่ได้ทุกเมื่อ แขนเล็กถูกดึงออกมาพร้อมกับร่างเล็กเปื้อนฝุ่น

ร่างเล็กลุกขึ้นมาอย่างโซซัดโซเซ มือเล็กปัดฝุ่นเปื้อนบนเสื้อคลุมยาวสีดำสนิทที่ทับเสื้อปิดคอสีดำเช่นเดียวกัน คาซึฮะลดไม้เวทมนต์ลงพร้อมกับเฮอร์ไมโอนี่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นคนแน่แล้ว ทั้งสองมองร่างเล็กที่ไม่สนใจสิ่งรอบข้างเอาแต่ปัดฝุ่นหนาออกจากตัว ร่างเล็กสูงแค่อกเฮอร์ไมโอนี่ ใส่แว่นกรอบดำบดบังแววตาวาวสีฟ้าใส ผิวขาวเนียนดั่งน้ำนมเปื้อนฝุ่นเขรอะจากใต้เตียง

“ขอบคุณ” ร่างเล็กเอ่ยพลางยิ้มให้
“เอ่อ...เธอ...เป็นใคร?” เฮอร์ไมโอนี่ตะกุกตะกัก
“แหะๆ ผมใช้คาถาผิดพลาดน่ะฮะ ขอโทษด้วยนะฮะ” เด็กชายขยับแว่นเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรจ้ะ” คาซึฮะพูดเสียงอ่อนโยน คลอนศีรษะเล็กน้อย “พี่คาซึฮะ ส่วนนี่ เฮอร์ไมโอนี่จ้ะ”
“พี่คาซึฮะ กับ พี่เฮอร์ไมโอนี่ ผมหิวแล้วล่ะฮะ ผมเดินหาห้องอาหารจนหลงเลย” เสียงเล็กพูดออดอ้อน
“จ้ะๆ งั้นรอที่นี่นะ เอ่อ..เดินลงบันไดไปจะเจอห้องนั่งเล่น ไปนั่งรอนะ เดี๋ยวพี่ๆไปยกอาหารมาให้แล้วกัน” คาซึฮะยิ้มใจดี
“แล้ว...แล้วที่ห้องนั่งเล่นมีใครอยู่รึเปล่าฮะ...คือ....ผมเพิ่งเข้ามาใหม่น่ะฮะ...ผมกลัว..”
“ไม่มีหรอจ้ะ อย่ากลัวไปเลย” เฮอร์ไมโอนี่ลูบผมดำของร่างเล็ก “รอพี่นะ” ว่าแล้วทั้งสองก็เดินไปที่ห้องอาหาร ปล่อยร่างเล็กไว้ที่ห้องนั่งเล่นลำพัง...


2BC…

KornTr@ck Asss : Sk_UBoy@hotmail.com

 

<< Chapter 4

Chapter 5 >>


One-shot / เรื่องสั้น Series / เรื่องยาว Poem / กลอน Dark Zone

Home  /  Update  /  Just so Story...  /  Novel Game  /  Doujinshi  /  Crazy Art  /
โรงน้ำชา CJR  /  Have a Look!!!  Crazy Things  /  1412-Crazy Link